เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ลงทะเบียน

E-Learning สำหรับผู้ดูแลเด็ก

 
 
 
สื่อภาพพลิก เรื่อง โรคติดต่อที่สำคัญในเด็ก

ดาวน์โหลดเอกสารที่นี่

โรค RSV

RSV : Respiratory Syncytial Virus จริง ๆ แล้ว เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้ทางเดินหายใจอักเสบในผู้ป่วยทุกช่วงอายุ แต่อาการจะเป็นมากในช่วงวัยเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อย ๆ ตั้งแต่วัยเบบี๋จนถึงช่วงวัยเข้าเนิร์สเซอรี่ ประเทศไทยมักมีการระบาดในช่วงฤดูฝน โดยเด็ก ๆ จะติดเชื้อ RSV จากการรับเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ จากการสัมผัส หรือละอองน้ำมูกของผู้ป่วยคนอื่น และมีระยะฟักตัวประมาณ 2-7 วัน การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจจากไวรัส RSV เกิดได้ตั้งแต่ส่วนบนจนถึงส่วนล่าง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหลอดลมฝอยอักเสบ และอาจทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อ โดยเฉพาะเด็กเล็กจะมีอาการปอดบวม ไอ หอบได้ง่าย เด็กจะมีอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย บางครั้งเป็นมากจะหายใจดัง "วี้ด" ถ้าเป็นมากขึ้นจะมีอาการหายใจล้มเหลวได้ นอกจากนั้นยังส่งผลให้เด็กบางคนมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหอบหืดในอนาคตได้อีกด้วย ถึงได้เรียก RSV ว่าเป็นเจ้าวายร้ายทำลายระบบทางเดินหายใจไงคะ

10 มาตรการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค

กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่อทั่วไป กลุ่มโรคติดต่อในเด็ก มี "10 มาตรการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค" ในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล

กรมควบคุมโรค แนะดูแลและสังเกตอาการป่วยของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ระวังป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก หลังปีนี้พบผู้ป่วยเกือบ 5 หมื่นราย เสียชีวิต 3 ราย

กรมควบคุมโรค แนะดูแลและสังเกตอาการป่วยของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ระวังป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก หลังปีนี้พบผู้ป่วยเกือบ 5 หมื่นราย เสียชีวิต 3 ราย  กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ดูแลและสังเกตอาการป่วยของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด หลังปีนี้พบเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก รวมเกือบ 5 หมื่นรายแล้ว และเสียชีวิต 3 ราย โดยขอความร่วมมือสถานศึกษาร่วมคัดกรองเด็กนักเรียนทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา และแจ้งผู้ปกครองมารับเด็กกลับ           วันนี้ (21 สิงหาคม 2560) นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้มักพบเด็กเล็กป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่เป็นสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย  จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 16 ส.ค. 60 พบผู้ป่วยแล้ว 49,019 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ในจังหวัดจันทบุรี ราชบุรี และร้อยเอ็ด        โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสหลายชนิด แต่ชนิดที่รุนแรงมากและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าสายพันธุ์ทั่วไป คือ EV71 โรคนี้พบได้มากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ การติดต่อเกิดจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการ  ไอ จาม รดกัน โรคนี้อาจมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใส หรือเม็ดแดงๆ ในปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น ซึ่งหายได้เอง ใน 7-10 วัน ทั้งนี้ โรคนี้ไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีน จะรักษาตามอาการ ถ้าหากเด็กมีอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบนำเด็กไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งจากรายงานของโรงพยาบาล 15 แห่งที่เข้าร่วมโครงการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคมือ เท้า ปาก ในกลุ่มเด็กแรกเกิด - 5 ปี ของสำนักระบาดวิทยา ในเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้รับตัวอย่างผู้ป่วยทั้งหมด 93 ราย ตรวจพบเชื้อ 28 ราย ในจำนวนนี้พบติดเชื้อ EV71 มากถึง 14 ราย (ร้อยละ 50)  ส่วนพื้นที่ที่ควรติดตามและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือจังหวัด  ที่มีอัตราป่วยสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลางเท่ากับ 2 เท่าขึ้นไป มี 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน เชียงใหม่ พิษณุโลก พะเยา แม่ฮ่องสอน ลพบุรี และสุราษฎร์ธานี           นายแพทย์เจษฎา กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือสถานศึกษาดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อให้การป้องกันควบคุมโรค ดังนี้ 1.คัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา และแจ้งผู้ปกครองมารับเด็กกลับและให้พักฟื้นจนกว่าจะหายเป็นปกติ  2.สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ และจัดให้มีจุดล้างมือ พร้อมสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เป็นส่วนรวมเป็นประจำ 3.หากพบเด็กป่วยเป็นจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษาเพื่อชะลอการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อ 4.ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับโรคแก่นักเรียนและผู้ปกครอง  สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการไข้ร่วมกับแผลในปาก โดยอาจมีหรือไม่มีตุ่มน้ำที่มือหรือเท้าก็ได้ บางรายอาจมีเฉพาะไข้ ควรรีบพาไปพบแพทย์และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายเป็นปกติ และไม่ควรคลุกคลีกับคนอื่นๆ ในครอบครัวหรือชุมชน เพื่อชะลอการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อ สอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422  ******************************************************************ข้อมูลจาก : สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรคโทรศัพท์ 0-2590-3857 วันที่ 21 สิงหาคม 2560

สรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็ก วันที่ 11 - 12 มีนาคม 2558 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี้

กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็ก

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี้

9 ธ.ค. 2557 จุดเน้นศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลปลอดโรคปี 2558

เป็นการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ ระหว่างศูนย์เด็กเล็กที่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค และศูนย์เด็กเล็กที่ไม่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค วิเคราะห์ถดถอยเอกนามและวิเคราะห์ถดถอยพหุนาม  ใช้ข้อมูลรายงานโรค 506 ของอุบัติการณ์โรคมือ เท้า ปากในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  ที่เปลี่ยนแปลงระหว่างปี พ.ศ.2555 และ พ.ศ. 2556 ในตำบลที่ศูนย์เด็กเล็กนั้นตั้งอยู่   กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 260 แห่ง มาจาก 16 อำเภอ 108 ตำบล จากทั้งหมด 10 จังหวัด Download เอกสารที่นี่   

ผลการศึกษาประสิทธิผลของมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคมือ เท้า ปาก ในศูนย์เด็กเล็ก

ตามที่สำนักโรคติดต่อทั่วไปร่วมกับสำนักระบาดวิทยาศึกษาประสิทธิผลของมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคมือ เท้า ปาก นั้น ได้ผลการศึกษา ดังนี้ 

โครงการศึกษาประสิทธิผลของมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็ก

ตามที่สำนักโรคติดต่อทั่วไปได้ดำเนินโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรคในศูนย์เด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 และขยายผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องถึงปีงบประมาณ 2556 โดยมีศูนย์เด็กเล็กสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วทั่วประเทศ จำนวน 18,441 แห่ง (ร้อยละ 94) ผ่านการประเมินรับรองแล้วจำนวน 11,840 แห่ง (ร้อยละ 70) ในปีงบประมาณ 2557 จึงได้จัดทำโครงการศึกษาประสิทธิผลของมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็ก และศึกษาระบาดวิทยาของการเกิดโรคมือ เท้า ปาก โรคอุจจาระร่วง และโรคสุกใส ในศูนย์เด็กเล็กขึ้น และดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม 

แบบแจ้งรายชื่อศูนย์เด็กเล็กที่ผ่านเกณฑ์ ปี 2557

1.แบบแจ้งรายชื่อศูนย์เด็กเล็กที่ผ่านเกณฑ์ปลอดโรค ปี 25572.แบบแจ้งรายชื่อศูนย์เด็กเล็กที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ปี 25573.แบบแจ้งรายชื่อโรงเรียนอนุบาลปลอดโรค

เอกสารประกอบการประชุมพัฒนาศักยภาพทีมประเมินระดับจังหวัด วันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2557 ณ โรงแรมเอกไพลิน ริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี

1.นโยบายและแนวทางการดำเนินงานศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ - ปลอดโรค2.ทิศทางการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็กปี 2557 3.ข้อกำหนดและแนวทางการประเมินศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ - ปลอดโรค (กรมควบคุมโรค)4.แนวทางการประเมินโรงเรียนอนุบาลปลอดโรค5.ข้อกำหนดและแนวทางการประเมินศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ-ปลอดโรค (กรมอนามัย)6.ก้าต่อไปของศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลปลอดโรค ปี 25587.โปรแกรมประเมินมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ8.คณะทำงานพิจารณามาตรฐานศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ9.สรุปผลการประชุม

แจ้งเปลี่ยนแปลงวันประชุม โครงการพัฒนาศักยภาพทีมประเมินระดับจังหวัด ณ จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2557

แจ้งเปลี่ยนแปลงวันประชุมสคร.1-12แจ้งเปลี่ยนแปลงวันประชุมนายแพทย์ สสจ.แบบตอบรับการประชุมแผนที่โรงแรม

โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ระหว่างวันที่ 26-27 ธันวาคม 2556

1).การดำเนินการโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค2).การพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล3).ระบบเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา4).โครงร่างระบบเฝ้าระวัง5.การดำเนินงานศูนย์เด็กเล็ก สคร.56).การดำเนินงานศูนย์เด็กเล็ก สคร.127).การพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรค สสจ.ตรัง8).แบบคัดกรองผู้ป่วย สสจ.ตรัง9).แบบรายงานกิจกรรมโรคมือ เท้า ปาก10).แบบรายงานเฉพาะกิจ11).ศูนย์เด็กเล็กวัดหนองปลาไหล จ.นครปฐม12).ศูนย์เด็กเล็กบ้านภูบ่อบิด จ.เลย

โครงการรณรงค์การดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลปี 2556

การดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล นอกจากหน่วยงานด้านการสาธารณสุขแล้ว ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยและสำนักการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ล้วนเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลทั้งสิ้น ดังนั้นการประสานการดำเนินงานและการจัดกิจกรรมรณรงค์ร่วมกันจะเป็นการสร้างกระแสในสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของเด็กก่อนวัยเรียน ให้การยอมรับและการสนับสนุนการดำเนินงานการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล โดยมีรายละเอียดโครงการตามที่ได้แนบมานี้ คลิ๊ก

สรุปการถอดบทเรียนการดำเนินงานศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค

สำนักโรคติดต่อทั่วไป  โดยกลุ่มโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนและโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบหายใจในเด็ก  ได้จัดโครงการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ เรื่อง บทเรียนจากการดำเนินงานโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค ระหว่างวันที่ 19 - 21 มิถุนายน 2556 ณ ผึ้งหวาน รีสอร์ท แอนด์ สปา  อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปบทเรียนและสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค และได้สรุปบทเรียนตามลิ้งค์ที่ได้แนบมานี้ คลิ๊ก

ไฟล์นำเสนอในการประชุมถอดบทเรียนศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค วันที่ 19-21 มิ.ย. 56

เอกสารตามลิ้งค์นี้ครับ

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ เรื่อง บทเรียนจากการดำเนินงานโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค

ดูข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่ !!

หนังสือขอความร่วมมือในการคีย์ข้อมูลศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการและที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน(สคร)

หนังสือขอความร่วมมือในการคีย์ข้อมูลศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการและที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน((สสจ)

สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ในประเทศไทย พ.ศ. 2555

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่มีการแพร่ระบาดอยู่ทุกปีโดยเฉพาะในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น สำหรับประเทศไทยมีการระบาดกระจัดกระจายเป็นครั้งคราว ซึ่งจะพบมากในช่วงฤดูฝน หรือในช่วงที่สภาพอากาศเย็นและชื้น     แม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคติดต่อที่ไม่รุนแรง แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในปีนี้ก็ทำให้ประชาชนตื่นกลัวกันไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่ระบุว่า การระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในปีนี้ พบผู้เสียชีวิตจากโรคมือ เท้า ปาก ในประเทศกัมพูชาแล้วกว่า 60 คน ขณะที่ประเทศไทยเองก็พบผู้ติดเชื้อมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ค   สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค   ทั้งนี้จากการเฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มีรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 25 กรกฎาคม 2555 พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้แล้วจำนวน 17,656 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 27.79 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยในปีนี้มีเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และสูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลังถึง 5 ปี (พ.ศ.2550-2554) ดังภาพที่ 1   ภาพที่ 1 แสดงจำนวนผู้ป่วยจากโรคมือ เท้า ปาก จำแนกรายสัปดาห์ พ.ศ.2555 เปรียบเทียบ พ.ศ.2554 และค่ามัธยฐานย้อนหลัง (2550-2554)     ที่มา: สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ประเทศไทย พ.ศ.2555 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค   จากยอดของผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 25 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มที่ป่วยส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยมีอัตราป่วยอยู่ที่ 401.21 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาได้แก่ กลุ่มอายุ 5-9 ปี มีอัตราป่วย 35.57 ต่อประชากรแสนคน และกลุ่มอายุ 10-14 ปี มีอัตราป่วย 4.51 ต่อประชากรแสนคน (ดังภาพที่ 2)   ภาพที่ 2 อัตราผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 25 ก.ค. 2555 จำแนกตามอายุ     ที่มา: สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ประเทศไทย พ.ศ.2555 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค   ในจำนวนกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีอายุ 1 ปี ร้อยละ 43.3 รองลงมาคือ เด็กอายุ 2 ปี ร้อยละ 28 เด็กอายุ 3 ปี ร้อยละ 19.38 และเด็กอายุ 4 ปี ร้อยละ 9.11 (ดังภาพที่ 3)   ภาพที่ 3 สัดส่วนของผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-25 ก.ค. 2555 จำแนกตามอายุของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี     ที่มา: สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ประเทศไทย พ.ศ.2555 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค   สำหรับสถานที่ที่ผู้ป่วยนิยมเข้ารับการรักษามากที่สุด ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน ร้อยละ 44.10 (7,786 ราย) คลินิก/โรงพยาบาลเอกชน ร้อยละ 24.73 (4,366) และโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ร้อยละ 23.31 (4,116 ราย) ดังภาพที่ 4   ภาพที่ 4 สัดส่วนของสถานพยาบาลที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา     ที่มา: สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ประเทศไทย พ.ศ.2555 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค   โดยพื้นที่ที่มีผู้ป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ภาคเหนือ 40.89 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา ได้แก่ ภาคใต้ 33.15 ต่อประชากรแสนคน ภาคกลาง 30.70 ต่อประชากรแสนคน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15.53 ต่อประชากรแสนคน (ดังภาพที่ 5) โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ พะเยา 122.76 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาได้แก่ เชียงราย 84.52 ต่อประชากรแสนคน ภูเก็ต 74.42 ต่อประชากรแสนคน ระยอง 72.54 ต่อประชากรแสนคน และสุราษฎร์ธานี 68.60 ต่อประชากรแสนคน   ภาพที่ 5 แสดงสัดส่วนผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 25 ก.ค. 2555 จำแนกตามพื้นที่     ที่มา: สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ประเทศไทย พ.ศ.2555 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค   โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่มีการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กเล็ก โดยพบมากในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี การติดต่อของโรคนี้มี 2 ช่องทาง คือ การสัมผัสโดยตรง (direct contact) กับสารคัดหลั่งจากจมูก ลำคอหรือน้ำจากในตุ่มใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้าหรือตามตัว นอกจากนี้ยังเกิดจากการแพร่เชื้อโดยผ่านอุจจาระของผู้ป่วยซึ่งเชื้อจะออกพร้อมกับอุจจาระมากที่สุดในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย ในขณะนี้ยังไม่มียารักษาโรคโดยเฉพาะ แต่แพทย์จะรักษาตามอาการ เช่น ถ้ามีไข้ก็ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดา นอนพักมากๆ รับประทานอาหารอ่อนๆ   การป้องกันโรคซึ่งสามารถทำได้อย่างง่ายๆ คือ ผู้ปกครองควรแนะนำสุขอนามัยส่วนบุคคลให้แก่บุตรหลาน เช่น การล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งหลังการขับถ่าย ก่อนรับประทานอาหาร หรือเมื่อสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย นอกจากนี้ควรระวังบุตรหลานให้หลีกเลี่ยงการเล่นคลุกคลีกับเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก   สำหรับผู้ปกครองควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนการเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังการขับถ่าย รวมทั้งหลังการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็ก หลังการช่วยล้างก้นให้แก่เด็กเล็กที่เพิ่งขับถ่าย หรือสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งของเด็ก เช่น น้ำมูก และน้ำลาย   นอกจากนี้ผู้ปกครองควรช่วยตรวจดูอาการของบุตรหลานทุกวัน หากมีแผลในปากหลายแผล โดยเฉพาะถ้าเจ็บมากจนทำให้ไม่ค่อยรับประทานอาหาร ใช้แจ้งแก่โรงเรียนเพื่อให้มีการดำเนินการควบคุมโรคที่เหมาะสม และหากบุตรหลานมีอาการป่วยที่สงสัยว่าจะป่วยด้วยโรคดังกล่าวให้รีบพาไปพบแพทย์   สนใจบทความน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ค่ะ   เรียบเรียง: สิริกร เค้าภูไทยที่มา: สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ